หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Boys Don't Cry/Once Upon A Time In Seoul  (อ่าน 25120 ครั้ง)
Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: Ȩԡ¹ 14, 2008, 10:35:59 PM »

Boys Don't Cry/Once Upon A Time In Seoul

อัพเดตเมื่อ 18 พ.ย.52ค่ะ

หนังเรื่องนี้มีแผ่นวางจำหน่ายแล้วนะคะ ลองเข้าไปดูข้อมูลได้ที่นี่


http://www.boomerangshop.com/web/productde...aspx?pid=283402


Once Upon a Time in Seoul/สองสหายหัวใจโซล

ขอบคุณน้องเบญ (benpim) จากบ้านไร่ที่มาบอกกันค่ะ

อัพเดตเมื่อ 23 มี.ค.52

ลิ้งโหลดหนังพร้อมซับค่ะ

http://monoxera.wordpress.com/2009/02/05/kmovie-boys-dont-cry-2008/

Credit: คุณกิ๊ก บ้านชางอึย


DVD จาก Yesasia เห็นมีให้จองแล้ว จะขายวันที่ 19 ก.พ.นี้ค่ะ

http://www.yesasia.com/global/boys-dont-cry-dvd-korea-version/1014344781-0-0-0-en/info.html


ดูออนไลน์ ซับจีนกับอังกฤษ

Credit: rowena1919 @ leewanthailand.com

ดาวน์โหลดตัวหนังแบบไม่มีซับ ภาพไม่ค่อยคมเท่าไหร่นะคะ พอดูได้

Part 1 http://www.mediafire.com/download.php?mgdwynnryjz

Part 2 http://www.mediafire.com/download.php?dzozigzzy4t

Part 3 http://www.mediafire.com/file/gndqmv2yxze/Boys%20Don't%20Cry%203.flv


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

http://blog.daum.net/boys2008

http://www.boys2008.co.kr/

http://www.maxmovie.com/event/eventsub/080917_notcry.asp?ev_id=EV00020291


แสดงนำร่วมกับ ซองชางอี กำหนดฉายที่เกาหลีวันที่ 6 พ.ย. 2008





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ȩԡ¹ 18, 2009, 07:04:59 AM โดย Alex1999 » บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: Ȩԡ¹ 14, 2008, 11:19:34 PM »

ภาพยนตร์เรื่อง Boys Don't Cry เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำเสร็จมานานแล้ว แต่ยังไม่โปรแกรมลงจอจนกระทั่งเร็วๆ นี้ ได้เห็นข่าวจากทางบริษัทที่สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าจะกำหนดออกฉายวันที่ 6 พ.ย.นี้

เรื่อง Boys Don't Cry เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่ม 2 คนที่รอดชีวิตจากสงครามเกาหลีในปี 1953 เค้าทั้งสองต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในช่วงเวลาที่เลวร้าย อีกทั้งเด็กหนุ่มทั้งสองต่างสูญเสียทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ทำให้ต้องเผชิญชีวิตอย่างลำบาก และยังต้องเผชิญหน้ากับเหล่าแก๊งอันธพาลอีกด้วย เรื่องนี้ลีวานแสดงนำคู่กับซองชางอี พระเอกหนุ่มจากเรื่อง Golden Bride ทางช่อง SBS ทั้งลีวานและซองชางอีต่างเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับงาน PiFAN (Puchoen International Fantastic Film Festival) เมื่อปี 2007 เรายังคงจำกันได้นะคะ

ใครที่เป็นแฟนของลีวานก็รอดูกันนะคะ ไม่แน่ใจว่าจะได้มาฉายในเมืองไทยบ้างหรือเปล่า

เพิ่มเติมลิ้งข่าวค่ะ

http://www.artsnews.co.kr/news/4396

http://www.mydaily.co.kr/news/read.html?newsid=200809220941041121&ext=na
บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: Ȩԡ¹ 14, 2008, 11:22:16 PM »

อันนี้เป็นข่าววันที่ 22 ต.ค.51 ค่ะ

Actors struggle for authenticity in Korean War roles

นักแสดงต้องพยายามอย่างมากเพื่อให้สมจริงกับบทบาทในยุคสงครามเกาหลี

War is tough, a fact well known by a generation of Koreans caught up in the slaughter of the Korean War (1950-1953).

บรรพบุรุษชาวเกาหลีจากรุ่นสู่รุ่นที่เคยอยู่ในช่วงสงครามต่างรู้ดีว่า สงครามเกาหลีช่วงปี 1950-1953 เป็นความจริงที่โหดร้าย

But despite the chaos of the weeks and months that followed the end of the war, the two teenage boys in the movie ?Once Upon a Time in Seoul ? learn never to quit.?

แต่แม้ว่าช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายในแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน หลังจากสงครามยุติลง เด็กวัยรุ่น 2 คนในภาพยนตร์เรื่อง "Once Upon a Time in Seoul" ได้เรียนรู้คำว่าอย่ายอมแพ้

Instead, Jong-doo (Lee Wan) and Tae-ho (Song Chang-ui) fight for survival during those difficult times. The film is loosely based on Kenzo Kitakata's ?Scars,? a Japanese novel depicting the dark side of Japan after World War II.

แทนที่จะยอมแพ้ แต่จองดู(อีวาน) และแทโฮ (ชางอี) ต่างต่อสู้เพื่อความยู่รอด ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องนิยายญี่ปุ่นของเคนโซ คิตาคาตะ เรื่อง "Scar" เกี่ยวกับด้านมืดของญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

Rascal Entertainment, the company that made the film, thought the descriptions of impoverished Japan in the novel were similar to those that Korea experienced in 1953.

Rascal Entertainment บริษัทที่สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เห็นว่า ความอดอยากแร้นแค้นในญี่ปุ่นในนิยายเรื่องนี้ มีส่วนคล้ายกับประสบการณ์ที่ประเทศเกาหลีได้เผชิญในปี 1953

The story of Once Upon a Time in Seoul , however, goes beyond the simple retelling of wartime disorder. ?The film is an exploration of a man's heart when life is pushed to its limits,? said the film's director, Bae Hyung-jun, at the film's production conference last Tuesday in Apgujeong, southern Seoul .

แต่ทว่าเรื่องราวของ Once Upon a Time in Seoul ไม่ได้เน้นแค่เรื่องความวุ่นวายหลังสงครามเท่านั้น "แต่หนังได้แสดงให้เห็นถึงหัวใจของลูกผู้ชายที่ต้องเผชิญกับชีวิตที่หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง" ผู้กำกับเบฮยองจุนกล่าว ที่งานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อวันอังคารที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ Apgujeong ทางตอนใต้อของกรุงโซล

The movie questions life's essential values and looks at how friendship and trust help see people through tough times.

Though Korea has transformed into a modern society, a far cry from the desolation of the 1950s, many people, especially the younger generation, face high levels of anxiety and depression.

หนังได้ให้คำถามเกี่ยวกับความหมายของสิ่งที่มีค่าในชีวิต และแสดงให้เห็นถึงการที่มิตรภาพและความไว้ใจได้ช่วยให้ผู้คนผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากไปได้ แม้ว่าเกาหลี เปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมรุ่นใหม่้ซึ่งห่างไกลจากช่วงเวลาที่ผู้คนต้องทนกับความอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยวในช่วงปี 50 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กรุ่นหลังๆ ที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากและความกดดันแสนสาหัส

For example, many teenagers today wander the streets searching for hope and vision, Bae said. In the case of Jong-doo and Tae-ho, brotherhood is what matters.

ตัวอย่างเช่น วัยรุ่นหลายๆ คนสมัยนี้ต่างเดินตามหาความหวังและความฝันของตัวเอง ผู้กำกับเบกล่าว แต่ในกรณีของจองดูกับแทโฮ เค้าเป็นห่วงเรื่องความเป็นพี่น้องมากกว่า

The two 18-year-olds meet at a postwar camp after losing their families and all their money in the Korean War. The two are not at all like each other in many ways - Jong-doo is aggressive and hot tempered, Tae-ho is rational and clever - but they team up and start to steal smuggled goods from American soldiers and plan their escape from the miserable camp.

เด็กหนุ่มวัย 18 ปี 2 คนได้เจอกันที่แคมป์เมื่อสงครามสงบ หลังจากที่พวกเค้าสูญเสียทั้งครอบครัวและเงินทั้งหมดในสงครามเกาหลี เด็กสองคนนี้ไม่มีความคล้ายกันเลย จองดูเป็นคนก้าวร้าวและอารมณ์ร้อน ส่วนแทโฮเป็นคนฉลาดและมีเหตุผล แต่เค้าสองคนทำงานร่วมกันเป็นทีม แล้วเริ่มขโมยของจากค่ายทหารอเมริกัน และวางแผนที่จะหลบหนีออกมาจากแคมป์อันแสนหดหู่นั้น

With the money they make, they open a street stall and start selling the stolen goods. Other orphans in the neighborhood join in the business. But making the movie was problematic because the actors had to transform themselves into believable characters from that period of history.

พวกเค้านำเงินที่หาได้มาเปิดร้านข้างถนนเพื่อขายของที่ขโมยมา เด็กกำพร้าคนอื่นๆ ต่างเข้ามาร่วมธุรกิจนี้ด้วย แต่การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มีปัญหาอยู่บ้าง ที่บรรดานักแสดงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนั้นในประวัติศาสตร์

Song had to lose 7 kilograms ( 15.4 pounds ) and shave his head to look shabby enough for his part while Lee had to hide his muscles and look much weaker. ?I was born and raised in the 1980s, so it was difficult for me to feel a connection with the postwar period,? Lee admitted. All he could do was immerse himself in the script.

ซองชางอีต้องรีดน้ำหนักออก 7 ก.ก. (15.4 ปอนด์) และต้องโกนหัวเพื่อให้ดูโทรมสำหรับบทบาทของเค้า ส่วนอีวานต้องปกปิดมัดกล้ามของเค้าเพื่อให้ดูอ่อนแอกว่าปกติ อีวานยอมรับว่า "ผมเกิดในยุค 80 และได้รับการเลี้ยงดูในยุค 80 ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่ทำให้ผมมีความรู้สึกถึงเหตุการณ์สมัยหลังสงคราม" สิ่งที่เค้าทำได้ก็แค่ แสดงให้สมกับบทบาทที่ได้รับเท่านั้น

The child actors who played random orphans living off the streets also faced a generation barrier. ?Most child actors who came to the audition for the roles were too well fed,? Bae said. ?It was difficult finding kids thin enough to look like skeletons who had survived a fierce war.?

ส่วนนักแสดงเด็กคนอื่นๆ ที่ต้องแสดงเป็นเด็กกำพร้าข้างถนนก็ประสบปัญหาเรื่องหลงยุคเหมือนกัน "เด็กส่วนใหญ่ที่มาทดสอบหน้ากล้องมีอาหารการกินที่ดีเกินไป" ผู้กำกับเบกล่าว "เป็นเรื่องยากมากที่จะหาเด็กที่ผอมโซที่ดูเหมือนเด็กอดอยากที่รอดชีวิตจากสงครามที่โหดร้าย"

According to the director, most child actors come from upper-middle class families and know nothing about poverty, destitution and malnutrition. ?The kids in the film had to look desperate for food and nutrition, but it was the opposite,? he said.

ผู้กำกับบอกอีกว่า นักแสดงเด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางระัดับสูง และไม่รู้เรื่องความอดอยากยากจนและการขาดสารอาหารเลย "เด็กๆในหนังต้องดูเป็นเด็กที่ลำบากและขาดสารอาหาร แต่ความจริงเป็นเรื่องตรงกันข้าม" ผู้กำกับเบกล่าว

The only solution left to express passionate hunger was to ask the child actors to cut down on the amount they ate before the shooting. Sometimes, even starving them wasn't enough and many scenes had to be reshot over and over again.

สิ่งที่ช่วยให้เด็กๆ รู้ซึ้งถึงความหิวโหยได้ก็คือ ต้องขอให้นักแสดงเด็กๆ ทั้งหลายทานอาหารให้น้อยลงก่อนเข้าฉาก หรือบางครั้งต้องทำให้พวกเค้าหิวมากๆ และหลายๆ ฉากต้องถ่ายซ้ำหลายครั้ง

?For those who know me, this film may come as a surprise,? Bae said. So far, the director's short and long films have mostly been romantic comedies. Once Upon a Time in Seoul is Bae's second feature after the comedy ?Too Beautiful to Lie? in 2004.

ผู้กำกับเบกล่าวอีกว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้คนที่รู้จักผมประหลาดใจ ที่ผ่านมาทั้งภาพยนตร์สั้นและยาวของผู้กำกับคนนี้เป็นแนวรักโรแมนติก ภาพยนตร์เรื่อง Once Upon a Time in Seoul เป็นผลงานเรื่องที่ 2 หลังจากเรื่อง "Too Beautiful to Lie" ในปี 2004

This time he wanted to make a film about growing up, like Takeshi Kitano's ?Kids Return? (1996), a film that raises child bullying issues.

ผู้กำกับเบอยากสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับการเติบโต เหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง "Kids Return" ของทาเคชิ คิตาโนในปี 1996 ซึ่งเป็นเรื่องปัญหาเกี่ยวกับการแย่งกันเลี้ยงดูเด็ก

Once Upon a Time in Seoul opens next Thursday.

ภาพยนตร์เรื่อง Once Upond a Time in Seoul จะออกฉายวันพฤหัสหน้า

ที่มา By Lee Eun-joo Staff Reporter [angie@joongang.co.kr], captures from empas.com

http://joongangdaily.joins.com/article/view.asp?aid=2896357

Credit : rubie / news thread

แปลเป็นไทยโดย Alex1999 วันที่ 23 ต.ค.51
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Չҥ 26, 2009, 12:56:12 AM โดย Alex1999 » บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: Ȩԡ¹ 14, 2008, 11:35:20 PM »

อันนี้เป็นคลิปทีเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ (ดูแบบออนไลน์นะคะ) เพลงเพราะมากค่ะ[/size]

http://www.maxmovie.com/movie_info/news_re...dx=MI0079944974

ถ้าใครอยากดาวน์โหลดมาดูก็อันนี้เลย แต่ภาพอาจไม่ชัดเท่าลิ้งข้างบนนะคะ

http://www.mediafire.com/?islcvmddzec

credit: tieba.baidu.com

อันนี้เป็นคลิปทีเซอร์ที่ออกมาใหม่วันที่ 7 ต.ค.ค่ะ เห็นเรื่องราวในภาพยนตร์มากขึ้น

http://www.mediafire.com/file/run0mzkkym2/Boys%20Don't%20Cry%20teaser.flv

http://www.mediafire.com/download.php?dnd3kwtwyqm

ที่มา: Leewansupporter Japanese blog, tieba.baidu.com

เบื้องหลังการถ่ายทำ

http://www.mediafire.com/file/mxgntgzeezw/BDC%20Behind%20the%20scene.flv

MV Just WON

http://www.mediafire.com/file/4mmzg42joi1/BDC%20MV%20Just%20WON.flv

Credit: tieba.baidu.com 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ȩԡ¹ 14, 2008, 11:37:46 PM โดย Alex1999 » บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: Ȩԡ¹ 14, 2008, 11:42:05 PM »

รูปต่างๆ จากภาพยนตร์เรื่องนี้











อยากเป็นเด็กคนนี้จริงวุ้ย




บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: Ȩԡ¹ 15, 2008, 12:02:31 AM »








บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: Ȩԡ¹ 15, 2008, 12:06:50 AM »





บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: Ȩԡ¹ 15, 2008, 12:10:04 AM »








เรื่องนี้วานนี่ต้องฝึกการใช้แส้ด้วย และต้องฝึกบทแอ๊กชั่นถึง 2 เดือน ทุ่มเทจริงๆ


บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: Ȩԡ¹ 15, 2008, 12:14:01 AM »

ซองชางอี ดารานำชายอีกคน ซึ่งดูเหมือนตอนนี้จะเป็นเพื่อนสนิทของวานนี่ไปซะแล้ว ไปไหนไปด้วยกันตลอด เพราะหนังเรื่องนี้









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Չҥ 26, 2009, 12:58:15 AM โดย Alex1999 » บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: Ȩԡ¹ 15, 2008, 12:16:35 AM »



บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: Ѹҥ 30, 2008, 04:46:11 PM »


บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: Ѹҥ 30, 2008, 05:14:21 PM »

บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: Ҥ 08, 2009, 07:34:52 AM »

ภาพจากภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ เธอมอมแมมทั้งเรื่องเลย






บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: Ҥ 08, 2009, 07:35:42 AM »







แววตาพิฆาตได้อีก





อันนี้พิฆาตนารี อิอิ









บันทึกการเข้า


Alex1999
Love Lee Wan Forever
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2568



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: Ҥ 23, 2009, 07:34:08 AM »






บันทึกการเข้า


หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: